11 มกราคม 2554
การรถไฟ
ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในบรรดาประเทศทั้งหลายที่เจริญแล้วในโลก ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในบรรดาประเทศทั้งหลายที่เจริญแล้วในโลกนับตั้งแต่สมัยตั้งกรุงสุโขทัยตลอดจนกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงสุโขทัยตลอดจนกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ซึ่งทรงเป็นประมุขของประเทศได้ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการคมนาคมซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำความรุ่งเรืองมาสู่ชาติเสมือนโลหิตที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้ดำรงอยู่ และในบรรดาทางเดินของโลหิตสายนั้นการรถไฟคือทางเดินของโลหิตสำคัญสายหนึ่ง ซึ่งในราชอาณาจักรไทยสมัยก่อน ๆ ยังไม่เคยมีเค้ารูป และโครงการอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะแสดงให้เป็นที่ปรากฏชัดว่าการคมนาคมทางบกภายในประเทศจะมีการขนส่งโดยทางรถไฟของรัฐบาลเกิดขึ้นเลย เพราะในเวลานั้นประชาชนยังนิยมใช้สัตว์ เช่น โค กระบือ ม้า ช้างและเกวียน เป็นพาหนะเพื่อประโยชน์ในการเดินทางและในการลำเลียงสินค้าต่าง ๆ จากถิ่นหนึ่งไปยังอีกถิ่นหนึ่งจนกระทั่งการขนส่งโดยทางรถไฟได้เริ่มมีชีวิตจิตใจขึ้นจนสำเร็จเป็นรูปร่างอันสมบูรณ์ในรัชสมัย |
08 ธันวาคม 2553
วันรัฐธรรมนูณ
รัฐธรรมนูญ หมายถึง กฎหมายว่าด้วยระเบียบการปกครองประเทศ
วันรัฐธรรมนูญ ตรงกับ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย
การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์การปกครองของชาติไทย เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
จากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการทหาร และราษฎรทั่วไปจึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยการปฏิวัติ มีคณะผู้รักษาการพระนครฝ่ายทหาร ซึ่งประกอบด้วยพันเอก พระยาพหลพยุหเสนา พันเอกพระยาทรงสุรเด และพันเอกพระฤทธิอาคเนย์ เป็นผู้บริหารประเทศ

29 พฤศจิกายน 2553
คำว่าเพื่อน
เพื่อนบางคน...อาจคอยมองดูคุณอยู่แบบห่างๆ แต่ไม่กล้าแสดงออก
แต่เพื่อนบางคน...อาจจะเข้ามายุ่งกับคุณโดย เพราะเขาเป็นคนกล้า
เพื่อนบางคน...อาจทำทุกสิ่งทุกอย่างให้คุณได้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
ในขณะที่เพื่อนบางคน...ไม่ได้ยินคำขอร้องของคุณด้วยซ้ำ
เพื่อนบางคน...อาจพูดอะไรตรงๆ กับคุณเพราะรัก
แต่เพื่อนบางคนของคุณ...อาจพูดแต่คำหวานๆ ซึ่งแฝงไปด้วยความน่ากลัว
เพื่อนบางคน...อาจเหมือนคนที่ไม่อดทน มักบ่นอะไรเล็กๆ น้อยๆ เสมอ
แต่จริงๆ แล้วเขา...อาจเป็นคนที่มีความอดทน มากกว่าที่คุณคิดเสียอีก
เพื่อนบางคน...อาจไม่เคยมีความลับกับคุณ อาจแม้กระทั่งให้คุณอ่านไดอารี่แสนหวงของเขา
แต่เพื่อนบางคน...อาจไม่เคยแม้แต่จะเล่าเรื่องชีวิตส่วนตัวให้คุณฟัง
เพื่อนบางคน...อาจไม่เคยโทรศัพท์หาคุณเลย มีแต่คุณเท่านั้นที่มัวแต่โทรหาเขาทุกวัน
เพื่อนบางคน...อาจโทรมาหาคุณได้โดยที่คุณไม่ต้องขอร้องเลยด้วยซ้ำ
เพื่อนบางคน...อาจจะอยู่เคียงข้างคุณ ในยามที่คุณต้องการใครซักคน โดยที่ไม่มีใครขอ
แต่เพื่อนบางคน...ไม่อาจแม้แต่จะรับรู้ความรู้สึกของคุณได้ เพื่อนบางคน...อาจถึงขนาด นั่งร้องไห้กับคุณ
ในขณะที่อีกหลายๆ คน...ไม่สนด้วยซ้ำว่าคุณกำลังอยู่ที่ไหน
เพื่อนบางคน...อาจเคยทำผิดกับคุณบ้าง แต่เขาก็ยังพยายามที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก
ในขณะที่เพื่อนบางคน...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำผิดต่อคุณ
เพื่อนบางคน...อาจหมายความตามที่เขาพูด เช่น ขอโทษก็คือขอโทษ
ในขณะที่เพื่อนบางคน...พูดขอโทษ แต่หมายถึงสมน้ำหน้า
เพื่อนบางคน...อาจจำได้ว่าพยายามโทรหาคุณข้ามวันข้ามคืน ถึงแม้ว่าเขาจะติดต่อคุณไม่ได้ แต่ก็ยังคงพยายาม
ในขณะที่เพื่อนบางคน...อาจจำได้ไม่เกินครึ่งวันด้วยซ้ำว่าคุณโทรหาเขา
เพื่อนบางคน...อาจเหมือนคนที่มีอารมณ์แปรปรวน อาจทำอะไรที่คุณคาดไม่ถึง
แต่ไม่แน่เขา...อาจเป็นน้อยกว่าคุณก็ได้ เพียงแต่คุณไม่รู้ตัว
เพื่อนบางคน...อาจชอบอยู่กับกลุ่มคนเยอะๆ ที่สนุก เฮฮา
แต่เพื่อนบางคน...อาจจะภูมิใจกับกลุ่มเพื่อนเล็กๆ ที่อบอุ่นมากกว่า
เพื่อนบางคน...อาจมัวนั่งเงียบๆ จนให้คุณไม่อาจรู้ได้ว่า เขากำลังคิดอะไรอยู่
แต่ในขณะที่เพื่อนบางคน...พูดมากเสียจนคุณรำคาญ
เพื่อนบางคน...อาจอยากให้คุณรับรู้ความรู้สึกจากเขาทางสายตา
แต่เพื่อนบางคน...อาจเดินมาบอกความรู้สึกกับคุณด้วยตัวเอง
เพื่อนบางคน...อาจจะไม่มีการแสดงออกใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าคุณจะทำให้เขาเสียใจเพียงใด
แต่ในขณะที่เพื่อนบางคน...อาจเดินเข้ามาต่อว่าคุณ จนคุณไม่เหลือซากก็ได้
เพื่อนบางคน...สามารถอ่านใจคุณได้
ในขณะที่อีกหลายๆ คน...ไม่อาจรับรู้และเข้าใจ ความรู้สึกของคุณได้ แม้ว่าคุณจะบอกเขาไม่รู้กี่ครั้งแล้วก็ตาม
21 พฤศจิกายน 2553
ลอยกระทง
16 ตุลาคม 2553
หัวใจของการเป็นครูหรือ คุณสมบัติของครูประกอบด้วย
๑. ปิโย-การประพฤติตนให้เป็นที่รัก ต้องทำตัวน่ารัก ไม่หยิ่งไม่ถือตัว ไม่เกรี้ยวกราด ดุร้าย
๒.ครุ-มีจิตใจหนักแน่น ทำตนให้น่ายำเกรง ไม่ใช่ทำตัวไม่น่าเคารพ ไม่น่ายำเกรง ลูกศิษย์ก็จะไม่เชื่อในสิ่งที่เราสอน
๓.ภาวินีโย-การอบรมตนเองอย่างสม่ำเสมอ
๔.วตฺตา อ่านว่า วัต-ตา แปลว่า การฉลาดสอน ฉลาดพูด ต้องมีวิธีการที่สร้างสรรค์ในการสอน จะเป็นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หรือ เรียนแบบโครงงาน หรือ สอนงาน ก็ไม่เกี่ยงครับ
๕.วจฺนกฺขโม (วัจนักขโม) คือการอดทนต่อถ้อยคำล่วงเกิน เราต้องอดทนต่อความขาดสติของเด็ก เพราะเขายังคะนอง เขายังต้องการการพัฒนาจึงมาเรียนกับเรา จงใช้สติกำกับ
๖.คัมภีรํ กถงฺ กตฺตา (คัมภีริง กะถัง กัตตา) คือ พูดเรื่องลึกล้ำให้เข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง
๗.โน จัฎาเน นิโยชเย ไม่ชักนำไปในทางเสื่อมเสีย
ดังนั้นเมื่อเราประพฤติตนได้ตามคุณสมบัติข้างต้นได้เราก็จะเป็นครูได้ การเป็นครูที่เป็นครูจริงๆเป็นยากนะครับ
ขอเป็นกำลังใจให้กับครูที่ดีทุกท่านครับ
ปาเจรา จริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา
ปัญญาวุทฒิกเร เตเต ทินโนวาเท นมามิหัง
07 ตุลาคม 2553
อ่านๆๆตำนานนครปฐม
ตำนานพระยากง พระยาพาล มีหลายตำนานที่เล่าขานกันมา โดยกล่าวถึงการสร้างองค์พระปฐมเจดีย์แต่แรกเริ่มคือ เจ้าผู้ครองเมืองศรีวิชัย หรือเมืองนครชัยศรีชื่อ ท้าวภาลีธิราช มีบุตรชายชื่อว่า "พระยากง" มเหสีของพระยากงมีพระโอรสองค์หนึ่ง แต่โหรทำนายว่ากุมารองค์นี้มีบุญญาธิการมากก็จริง แต่นานไปจะทำปิตุฆาตพระบิดา เมื่อพระยากงทราบความก็เกิดความกลัว จึงมีรับสั่งให้นำกุมารไปฆ่าทิ้ง แต่พระมเหสีทำไม่ลงจึงนำกุมารไปฝาก "ยายหอม" หญิงชราที่มีอาชีพเลี้ยงเป็ด ซึ่งก็ได้เลี้ยงกุมารจนโตเป็นหนุ่ม
วันหนึ่งพระกุมารได้มาลายายหอมเพื่อเดินทางไปเมืองสุโขทัย ขณะเดินทาง ได้พบช้างพระเจ้าแผ่นดินสุโขทัยกำลังตกมัน อาละวาดไล่ทำร้ายคน ไม่มีใครสามารถกำราบช้างนั้นได้ แต่พระกุมารสามารถจับช้างได้อย่างกล้าหาญ ซึ่งเมื่อพระเจ้ากรุงสุโขทัยทรงทราบ ก็ได้เมตตาชุบเลี้ยงไว้เป็นบุตรบุญธรรม และต่อมาได้ส่งไปปกครองบ้านเมือง พระกุมารได้ไปตั้งบ้านเจ็ดเสมียน และได้คิดการใหญ่ โดยซ่องสุมกำลังคนประมาณ 40,000 คน มาที่บ้านยายหอมจากนั้นได้ส่งหนังสือไปถึงพระยากง ท้าให้ออกมากระทำยุทธหัตถีกัน และพระกุมารได้สังหารพระยากงในที่สุด
แต่ในบางตำนานได้กล่าวว่า พระกุมารไปเป็นบุตรบุญธรรมของพระยาราชบุรี ซึ่งทุกปีจะต้องนำดอกไม้เงินดอกไม้ทองมาถวายแด่พระยากง ซึ่งครองเมืองกาญจนบุรี แต่พระกุมารเห็นว่า เมืองราชบุรีควรเป็นอิสระจึงหยุดส่งเครื่องบรรณาการ พระยากงเห็นว่า พระยาราชบุรีเป็นกบฏจึงยกทัพลงมาตีเมืองราชบุรี พระยาราชบุรีจึงแต่งตั้งให้พระกุมารเป็นแม่ทัพออกรบกระทำยุทธหัตถีกัน พระยากงถูกพระกุมารฟันด้วยของ้าวจนเสียชีวิต
จากนั้นพระกุมารก็ได้ยกพลบุกเข้าเมืองกาญจนบุรี และคิดจับมเหสีของพระยากงมาเป็นของตน โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วนางคือ พระมารดา ขณะที่กำลังจะบุกขึ้นไปยังปราสาทของพระมารดา เทพยดาก็ได้เนรมิตเป็นแพะแม่ลูกอ่อนมานอนขวางทางขึ้นบันได เมื่อพระกุมารกำลังเดินขึ้นบันได กำลังจะข้ามแพะมีลูก 2 ตัวนั้น แพะก็ได้พูดกับลูกของมันเป็นความนัยว่า "เราเป็นสัตว์เดรัจฉาน ท่านจึงข้ามเราไป นับประสาอะไรกับเรา แม้มารดาของท่านท่านยังจะเอาเป็นเมีย"
เมื่อพระกุมารได้ฟังก็รู้สึกเอะใจทันที พอได้พบพระมารดาจึงอธิษฐานว่า "หากหญิงคนนี้เป็นมารดาของตนขอให้น้ำนมไหลออกจากถันทั้งคู่" เมื่อสิ้นคำอธิษฐานปรากฏว่ามีน้ำนมไหลออกมาจริง พระกุมารจึงถามความจริงของพระมารดา พอรู้ว่าผู้ที่ตนสังหารเป็นพระบิดาก็เสียใจมาก และได้โยนความผิดทั้งหมดให้ยายหอม พร้อมทั้งจับยายหอมฆ่า โดยนำศพไปให้แร้งกาจิกกิน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนพากันเรียกพระกุมารว่า "พระยาพาล" เพราะเมื่อฆ่าบิดาแล้วยังพาลหาเรื่องฆ่ายายหอมอีกซึ่งเป็นบาปมหันต์ ต่อมาได้มีการประชุมเพื่อลงมติว่าจะต้องทำกุศลสิ่งใด เพื่อให้บาปนั้นเบาบางลง แล้วก็มีมติออกมาว่าจะต้องสร้างพระเจดีย์ใหญ่สูงชั่วนกเขาเหิน กรรมจึงเบาบางลง จากตำนานนี้ทำให้ได้ทราบที่มาของการสร้างองค์พระปฐมเจดีย์ และในส่วนของตำนานการสร้างศาสนวัตถุในพระพุทธศาสนา ก็ยังมีหลักฐานปรากฏอยู่ที่วัดดอนยายหอม จ.นครปฐมโดยอดีตเจ้าอาวาสวัดดอนยายหอม นามว่า "หลวงพ่อเงิน" ท่านเคยขุดพบอิฐที่หักพังอย่างมากมายในชั้นดิน และพบศิลาเหลี่ยมสีเขียว 2 ต้น มีลายจำหลักที่ปลายเสากับกวางหมอบทำด้วยศิลา 1 ตัว คล้ายกับเสาประตูสาญจีเจดีย์ของพระเจ้าอโศกมหาราช "วัดดอนยายหอม" นี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีหลักฐานว่าเดิมเคยเป็นวัดเก่า ตั้งแต่สมัยทวารวดีมีอายุกว่าพันปี วัดดอนยายหอมมีความเกี่ยวพันกับ "ยายหอม" อย่างไร ไม่มีหลักฐานแน่ชัด เพียงแต่ที่วัดนี้มีศาลยายหอม และมีเสียงร่ำลือกันมานานว่า เคยมีชาวบ้าน และคนในวัดได้สัมผัสกับวิญญาณยายหอมมาแล้ว โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่วัดดอนยายหอม เคยเห็นหญิงชราแปลกหน้าเดินขึ้นไปบนศาลยายหอมอยู่บ่อยๆ พอตามไปดูก็ไม่พบใคร ทำให้เขาแน่ใจว่า ที่เห็นนั้นต้องเป็นวิญญาณของยายหอมอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องราวประหลาดที่ทำให้ชาวนครปฐมเชื่อว่า วิญญาณยายหอมยังไม่ไปไหน
และที่นครปฐมก็ยังมีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับวิญญาณยายหลานคู่หนึ่ง ที่ประสบเคราะห์กรรมก่อนตายอย่างน่าสงสาร เรื่องนี้เกิดขึ้นภายในพระราชวังสนามจันทร์ พระราชวังที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2450 ส่วนเรื่องการปรากฏของวิญญาณนั้นเกิดขึ้นในราว 40 กว่าปีก่อน บน "สะพานจักรียาตรา" ซึ่งเป็นสะพานเก่าแก่สร้างในปี พ.ศ. 2501 ที่นี่มีเรื่องเล่าถึงวิญญาณยายกับหลานซึ่งน่าสงสาร 2 ดวง ในสมัยยังมีชีวิตอยู่นั้นยากจนมาก อยู่อย่างลำบาก อดมื้อกินมื้อใช้ชีวิตเพียงลำพัง 2 คน ภายหลังเมื่อทนภาวะรันทดไม่ไหว ยายจึงตัดสินใจฆ่าหลานโดยจับบีบคอจนตาย จากนั้นยายก็ฆ่าตัวตายตาม โดยแขวนคอตายบนราวสะพานจักรียาตรา ซึ่งเป็นภาพที่น่าอดสู ชวนสยดสยอง
หลังจากนั้นไม่นานในเวลากลางคืนก็มักจะมีคนพบเห็นเรื่องราวประหลาด เช่นบางคนจะได้ยินเสียงเด็กร้องไห้คร่ำครวญโหยหวน ชาวบ้านบางคนเคยเห็นเงาลางๆ เป็นร่างของหญิงชรากำลังนั่งอุ้มเด็กอยู่กลางสะพาน แม้ชาวบ้านจะร่วมใจกันนิมนต์พระมาทำพิธีสวดส่งวิญญาณแล้ว ก็ยังมีคนเห็นกันอยู่เรื่อยๆ นับเป็นวิญญาณที่เฮี้ยนเอาการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นความตายจากการฆ่าตัวตาย ก่อนอายุขัย เท่ากับเป็นบาปมหันต์ แม้ตายไปแล้วก็ไปไหนไม่ได้วิญญาณต้องติดอยู่ ณ สถานที่นั้นตราบนานเท่านาน
ใช่ว่า "ความตาย" จะทำให้หลุดพ้นได้ เพราะเคราะห์กรรมอันเป็นทุกข์ของคนเรานั้น เกิดจากกรรมในอดีตทั้งสิ้น เมื่อมีโอกาสได้มาเกิดก็จงอดทนชดใช้กรรมเก่านั้นให้เบาบาง และทำความดีทดแทน จนเมื่อถึงอายุขัยที่จะจากโลกนี้ไปจริงๆ เราจะได้ "เสวยบุญ" ที่เราเพียรสะสมมาในโลกหน้าซึ่งเป็น "บ้านเก่า" ของเราโดยแท้จริง
09 กันยายน 2553
นักวิทยาศาสตร์
05 สิงหาคม 2553
แต่เดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุก ๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงาน วันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุนจนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป มีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติ เพื่อให้เกียรติและตระหนักในความสำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาลฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวันแม่ของชาติ ต่อมาถึง พ.ศ.2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน วันแม่แห่งชาติ เป็นวันที่ทางราชการกำหนดในวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี และถือว่าเป็นวันสำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทย โดยกำหนดให้ถือว่า "ดอกมะลิ" สีขาวบริสุทธิ์เป็นสัญลักษณ์ของความดีงามของแม่ผู้ให้กำเนิดแก่เรา
กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันแม่แห่งชาติ
ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน
จัดกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับวันแม่ เช่น การจัดนิทรรศการ
จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนกุศล เพื่อรำลึกถึงพระคุณของแม่
นำพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบขอพรจากแม่
11 กรกฎาคม 2553
ฮีศสทีเรีย
เป็นชื่อเรียก ของอาการทางประสาทชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย จะมีอาการ เกี่ยวกับ การควบคุมอารมณ์ การควบคุมจิตสำนึก ด้านการกระทำลดลง และความกลัวต่าง ๆ โดยอาการฮิสทีเรียนั้น ถือว่าเป็นชนิดหนึ่งในประเภทของ โรควิตกกังวล* ก็ว่าได้ หรือจะเป็น โรคขาดความอบอุ่น* ก็ได้เช่นกัน
ผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย
จะมีอาการ ยึดติดกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของตน ด้วยการกระทำดีด้วยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้ง ยังจะมีอาการคิดมากวิตกกังกวล อยู่ตลอดเวลา โดยส่วนมากจะเป็นความคิดประเภทที่ว่า ตนเองเป็นคนไร้ความสามารถ มีปมด้อย มีความสามารถด้อยกว่าคนอื่น ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตาม อาการอีกอย่างนึงคือ "ความกลัว" กลัวตนเองทำผิดพลาด กลัวว่าตนเองจะถูกทิ้ง กลัวที่จะถูกหวัง กลัวที่จะเริ่มอะไรใหม่ ๆ อาการกลัวที่ได้กล่าวไป เป็นอาการกลัวอันดับต้น ๆ ของผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย สิ่งหนึ่งที่ผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย มักจะเป็นกันคือ การไม่รู้ตัวตนเองของตัว จึงทำให้ถ้ายึดติดกับสิ่งใด หรือใครแล้ว จะยึดติดมาก แทบจะไม่ปล่อย และไม่ฟังเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น นั่นอาจรวมไปถึง พฤติกรรมการเลียนแบบ อีกด้วย
เหตุใด จึงกล่าวว่า ฮิสทีเรีย คือ โรคขาดผู้ชายไม่ได้
นั่นเป็นความเข้าใจผิด ความผิดพลาดทางภาษา ความมักง่ายในการใช้ภาษา การคิดไปเองของคนทั่ว ๆ ไป แล้วแต่ใครจะเรียก จึงทำให้ ฮิสทีเรีย กลายเป็น โรคขาดผู้ชายไม่ได้ ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น ผู้ที่เป็นฮิสทีเรียนั้น จะมีอาการที่เรียกว่าขาดความอบอุ่นอยู่ด้วยในตัว และธรรมชาติของมนุษย์ คือต้องการที่ยึดเหนี่ยว ต้องการที่พึ่งพิง โดยความต้องการเหล่านี้ จะเพิ่มพูนสูงขึ้นมาก กับผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย จึงทำให้ผู้ที่มีอาการนี้ ถ้ามองอีกแง่หนึ่งอาจจะเป็นคนประเภทพึ่งตัวเองไม่ได้เลย ก็ว่าได้ และจากเหตุนี้เอง ทำให้เมื่อมีใครสักคนหนึ่งมาทำดีด้วยกับตน ก็จะเกิดความรู้สึกผูกพันธ์ขึ้นอย่างรวดเร็ว และในบางรายอาจจะเกิดอาการแสดงความเป็นเจ้าของในระดับหนึ่ง หรือถ้าผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย โดยพื้นเป็นคนมีอารมณ์รุนแรงแล้ว การแสดงความเป็นเจ้าของก็จะรุนแรงตามไปด้วย ในบางรายอาจจะรุนแรงถึงขั้นฆ่ากันตายได้ ก็มีมาแล้ว (ของของฉัน ถ้าฉันไม่ได้คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้) ในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้ว คนทั่วไป จะคิดว่าเขาเห็นอะไร ไม่ใช่ เขาเห็นอะไร ประกอบกับความเข้าใจผิด และการได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จึงทำให้เหมารวมว่า ฮิสทีเรีย คือโรคขาดผู้ชายไม่ได้
แล้วที่จริงแล้ว โรคขาดผู้ชายไม่ได้คืออะไรละ โรคขาดผู้ชายไม่ได้ หรือ Cassandra Complex** จะหมายถึง อาการของสตรีผู้ซึ่ง มีความต้องการทางเพศไม่สิ้นสุด หรือความต้องการความรัก ความอบอุ่น อย่างไม่สิ้นสุด จากใครสักคน โดยไม่สนว่าชายหรือหญิง และเช่นเดียวกัน อาการดังกล่าวนี้ เกิดได้เช่นเดียวกันในผู้ชาย แต่จากค่านิยมสังคม ที่เดิมผู้ชายเป็นใหญ่กว่า จึงได้ทำให้เรียกว่า "โรคขาดผู้ชายไม่ได้" ไป และภายหลัง ก็เหมารวมไปทั้งหมดในชื่อ Hysteria เนื่องจาก ความแตกต่างอันน้อยนิด ของอาการทั้งสอง
มีผู้ชายเป็นฮิสทีเรียไหม?
คำตอบคือ มี แต่ในจำนวนน้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับผู้หญิง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพราะในโลกปัจจุบันผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชายอยู่แล้ว และโดยธรรมชาติของเพศชาย สภาพจิตใจจะไม่หวั่นไหวง่ายเท่าเพศหญิง อีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญคือ สภาพสังคมการเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก ของเพศชาย และหญิงแตกต่างกัน อย่างเห็นได้ชัด โดยส่วนมาก การเลี้ยงดูของเพศหญิงจะเต็มไปด้วยการดูแลทะนุถนอมเป็นอย่างดี แต่กลับกันเพศชายการเลี้ยงดูเกือบแทบจะเป็นแบบปล่อยเลยก็ว่าได้ (โดยส่วนมาก) นั่นจึงเป็นคำตอบที่ว่า ทำไมถึงไม่ค่อยพบอาการฮิสทีเรียในผู้ชาย
การรักษา?
อย่างที่ได้บอกไปเป็นนัย ๆ แล้ว ฮิสทีเรีย ไม่ใช่โรค จึงไม่อาจมีการรักษาใด ๆ ได้ (ยกเว้น การใช้ยาบางชนิด เพื่อกระตุ้นการหลั่งสาร ที่เกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์ แต่นั่นก็ไม่ถือว่าเป็นการรักษาอยู่ดี ถือเป็นการฝืนมากกว่า) สิ่งที่จะทำให้ได้สำหรับผู้ที่เป็นฮิสทีเรียคือ การให้คำปรึกษาที่ดี จากคนใกล้ตัวเอง หรือแม้แต่จิตแพทย์ และที่สำคัญที่สุด ความตั้งใจจริง ที่จะค้นหาตัวตนของตัวเอง
ฮิสทีเรีย ไม่ใช่สิ่งที่เป็นได้ตั้งแต่กำเนิด เพราะฉะนั้น หากมีผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย ให้สันนิฐานเบื้องต้นไว้ได้เลยว่า ในอดีตบุคคลผู้นั้น ได้เคยมีการกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง หรือแม้แต่การขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ก็เป็นสาเหตุได้เช่นกัน
ถ้าท่านมีคนที่รู้จักเป็นฮิสทีเรีย โปรดนึกไว้เถอะว่า ถึงแม้การกระทำของเขาจะน่ารำคาญ แต่สิ่งที่เขาทำมันมาจากจิตใจที่อ่อนแอของเขาเอง และได้โปรดพึงระลึกไว้เสมอว่า ฮิสทีเรีย ไม่ใช่อาการขาดผู้ชายไม่ได้ เสมอไป สำหรับผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย คุณไม่ได้น่ารังเกียจ และไม่ได้ด้อยกว่าใครในสังคมนี้ คุณมีทุกสิ่งสมบูรณ์พร้อมเหมือนคนอื่นทุกประการ เพียงแต่สิ่งสำคัญคือ คุณจะเป็นจะต้องหาตัวตนของคุณให้เจอเท่านั้นเอง
*เป็นชื่อเรียกภาษาปาก เพราะจริง ๆ แล้วมันเป็นอาการทางด้านจิตใจ มิใช่โรค
23 มิถุนายน 2553
world cup 2010
The game was announced on 26 January 2010 during a GameSpot interview with Simon Humber, one of the producers of the game, and released 27 April 2010 in North America. 274 teams that took part in the 2010 FIFA World Cup qualification are included in the game.
A playable demo was released for Xbox 360, PlayStation 2, Wii, PlayStation Portable, iOS, and PlayStation 3 on 8 April 2010. It includes Italy and Spain as the playable teams, and features the new two-button control method intended to make the game accessible to players who are new to the FIFA series and the ability to upload video replays to EA Football World. EA Sports have not released a PC version of 2010 FIFA World Cup South Africa.
01 มิถุนายน 2553
ขบวนการล้มเจ้าจริงรึไม่
อนึ่ง เพื่อความสะดวกในการเข้าใจโครงข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ขออธิบายข้อมูลคำชี้แจงของ ศอฉ. ดังนี้ โครงข่ายหลักที่สามารถแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนขึ้นว่า ตัวการเรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจากตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นใจกลางหลักและมีโครงข่ายต่างๆคอยแวดล้อมเชื่อมโยงอยู่ โดยหลักๆได้แก่ กลุ่ม นปช. อันประกอบด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง ที่พ่วงติดด้วยตำแหน่งบรรณาธิการอำนวยการหนังสือความจริงวันนี้และที่ปรึกษา นิตยสารวอยส์ออฟทักษิณ, นายจตุพร พรหมพันธุ์ ในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง ที่มีความสัมพันธ์กับนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เจ้าของหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ ทั้งยังมีความสัมพันธ์ทางการเมืองกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวิสา คัญทัพ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง ทีมบรรณาธิการหนังสือความจริงวันนี้, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ตำแหน่งบรรณาธิการนิตยสารวอยส์ออฟทักษิณ ที่เคยลงบทความจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง รวมทั้งเป็นผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับสื่อหลักของกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะเป็นสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนล ที่ตั้งอยู่ห้างอิมพีเรียล
นายอดิศร เพียงเกษ เกี่ยวข้องเป็นที่ปรึกษาไทยเรดนิวส์ ที่เคยตีพิมพ์บทความหมิ่นสถาบัน, นายแพทย์เหวง โตจิราการ ในฐานะที่ปรึกษาหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ และแกนนำ นปช. นายชูพงษ์ ถี่ถ้วน ที่ปรึกษานิตยสารวอยส์ออฟทักษิณ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับวิทยุออนไลน์ชุมนุมคนรู้ใจ ที่จัดรายการพาดพิงโจมตีสถาบัน รวมทั้งเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ นปช.ยูเอสเอ, นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ในฐานะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคลื่นวิทยุรักเชียงใหม่และดีเจหนึ่ง ที่จัดรายการนิทานเสียดสีโจมตีสถาบัน
นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ที่ปรึกษาหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ ซึ่งเคยเป็นผู้ยื่นประกันตัว ดา ตอร์ปิโด ที่เคยปราศรัยโจมตีสถาบันบนเวที นปช. ด้วยถ้อยคำที่หยาบคายและหมิ่นเหม่อย่างยิ่ง, นายสุชาติ นาคบางไทร ผู้ที่เคยขึ้นเวทีปราศรัยคนเสื้อแดงและกล่าวจาบจ้วงให้ร้ายสถาบัน
ส่วนโครงข่ายที่เชื่อมต่อออกจากพรรคเพื่อไทย มีดังนี้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ออกแถลงการณ์กดดันเบื้องสูงให้แก้ปัญหาบ้านเมือง
สำหรับโครงข่ายต่อไป ได้แก่ เว็บไซต์ นปช.ยูเอสเอ ที่เกี่ยวข้องกับคลื่นวิทยุออนไลน์จาบจ้วงสถาบัน โดยมีนายใจ อึ๊งภาภรณ์ เจ้าของบทความจาบจ้วงสถาบัน, นายจักรภพ เพ็ญแข เจ้าของคอลัมน์จาบจ้วงสถาบันในหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ ทั้งนี้ เว็บไซต์ นปช.ยูเอสเอ ได้รับเงินสนับสนุนจากนายเอนก ชัยชนะ ที่เกี่ยวข้องกับรายการโทรทัศน์ออนไลน์ที่มีเนื้อหาจาบจ้วงสถาบัน โดยมีนายธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดม ที่มีศักดิ์เป็นลูกเขยนายอเนก ซึ่งเป็นผู้ดูแลเว็บไซต์จนถูกดำเนินคดีไปแล้ว หลังจากก่อตั้ง Red Shirt international Organization (RSIN) ที่เผยแพร่ข้อมูลโจมตีสถาบัน, นายอาคม ซิดนีย์ ผู้ที่เคยเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศกัมพูชา และเกี่ยวข้องกับวิทยุออนไลน์จาบจ้วงสถาบัน
ขณะที่โครงข่ายที่เชื่อมโยงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยตรง ได้แก่ นายพานทองแท้ ชินวัตร ที่เป็นเพื่อนสนิทกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นหลาน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ให้เงินสนับสนุนเว็บไซต์ฟ้าเดียวกันและเว็บไซต์คนเหมือนกัน ที่เป็นแหล่งรวมของผู้เผยแพร่ข้อมูลบ่อนทำลายสถาบัน
23 เมษายน 2553
ประวัติ สงครามบ้านร่มเกล้า
ประวัติ สงครามบ้านร่มเกล้า
ทั้งนี้โดยมีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก
ตามสนธิสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศส พ.ศ. 2451 กำหนดให้ลำน้ำเหืองเป็นเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส แต่ปีถัดมาพนักงานสำรวจทำแผนที่พบว่ามีน้ำเหือง 2 สาย ฝรั่งเศสตัดสินเอาเองโดยไม่ได้แจ้งให้กรุงเทพฯทราบ เลือกสายน้ำที่ทำให้ตนได้ดินแดนมากขึ้นหน่อย ลาวรับช่วงถือเขตแดนนี้
แต่ลำน้ำเหือง 2 สายนั้นไม่ตรงกับแนวลำน้ำในปัจจุบันที่ปรากฏในแผนที่สหรัฐทำให้รัฐบาลไทยช่วงสงครามเวียดนาม ลำน้ำในปัจจุบันเรียกว่าเหืองป่าหมัน ไม่ใช่ชื่อที่เคยปรากฏในเอกสารใด ๆ เมื่อพ.ศ. 2450 - 2451
เขตแดนตรงนั้นไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งปี 2530 ลาวอ้างว่าบริเวณบ้านร่มเกล้าเป็นของลาว เนื่องจากแผนที่คนละฉบับกับไทย ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดพลาดในการสำรวจเมื่อปี 2450
ช่วงปี 2510 - 2520 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เคลื่อนไหวรุนแรงที่จะยึดอำนาจรัฐ พื้นที่ติดต่อเขตลาวในเขตนี้ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเผ่าม้ง ถูกใช้เป็นพื้นที่หลบซ่อนและปฏิบัติการ เพราะสามารถข้ามลำน้ำเหืองเข้ามาในเขตไทยได้ง่าย และบริเวณพื้นที่นี้กลายเป็นยุทธบริเวณอันสำคัญระหว่างทหารกับพคท.
ชาวม้ง ซึ่งเป็นแนวร่วมสำคัญของพคท. ถูกปราบปรามอย่างหนัก หนีข้ามลำน้ำเหืองเข้าไปในเขตลาว
ช่วงปี 2525 สถานการณ์ในอินโดจีนเปลี่ยนแปลง ประกอบกับนโยบาย 66/2523 ของรัฐบาลไทยคือใช้ยุทธศาสตร์ “การเมืองนำทหาร” ทำให้ชาวม้งตัดสินใจกลับเข้ามาตามโครงการเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย กองทัพภาคที่ 3 ได้ตัดถนนสายยุทธศาสตร์และแนวชายแดนจากอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ขึ้นไปสิ้นสุดที่บ้านร่มเกล้า
กลายเป็นเขตสัมปทานป่าไม้ มีการจัดตั้งชุดทหารพรานคุ้มครองที่ 3405 ขึ้น
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหา !
วันที่ 31 พฤษภาคม 2530 ทหารลาวยกกำลังเข้ามาในพื้นที่ซึ่งฝ่ายไทยอ้างว่าอยู่ในเขตอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ทำลายรถแทรกเตอร์ของบริษัทป่าไม้เอกชนเสียหาย 3 คัน มีผู้เสียชีวิต 1 คน หายสาบสูญ 1 คน ทหารพรานชุด 3405 เข้าปะทะกับทหารลาว
วันที่ 1 มิถุนายน 2530 ทหารลาวเข้าโจมตีม้งที่บ้านร่มเกล้า โดยอ้างว่าเป็นการกวาดล้างม้งที่เคลื่อนไหวต่อต้านทางการลาว และมีทหารลาวอีกชุดหนึ่งยกกำลังข้ามพรมแดนเข้ามาที่เขตบ้านนาผักก้าม และบ้านนากอก อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ยิงราษฎรไทยตาย 1 คน จับกุมตัวไป 6 คน หนีรอดมา 1 คน โดยกล่าวหาว่าราษฎรเหล่านั้นลักลอบเข้าไปตัดไม้ในลาว
ฯลฯ
ขณะนั้นสหรัฐเผ่นออกไปจากเอเชียแล้ว ทิ้งอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากไว้ในเวียดนาม ทางอีสานใต้มาถึงตะวันออกกองพลใหญ่ของเวียดนามจ่อคอหอยอยู่ ทางอีสานเหนือภายใต้ชื่อทหารลาว แต่ความจริงน่าจะเป็นกองกำลังผสมของหลายชาติ โดยมีชาติมหาอำนาจยืนทะมึนอยู่ข้างหลัง ทั้งได้ใช้เทคโนโลยีสูงยิ่งในการบัญชาการ
ยามนั้นกองทัพไทยปกป้องเอกราชอธิปไตยจนแม้กระสุนปืนใหญ่ก็ไม่เหลือ ที่ระดมมาจากมิตรประเทศในอาเชียนก็หมดสิ้น
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธสั่งการให้อดีตทูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน คือ พ.อ.อมรรัตน์ จินตกานนท์ ร่วมกับ “คณะทำงานลับ” คนหนึ่ง และทีมงานของเขา ติดต่อประสานงานกับกองทัพจีน
นำไปสู่กระบวนการ “วิธีการพิเศษ” ลำเลียงทั้งปืนใหญ่และกระสุนจากจีนมาใช้ !
ปืนใหญ่และกระสุนปืนใหญ่ชุดนั้นมีความหมาย 2 นัย นัยแรกตรงไปตรงมา คือเป็นยุทโธปกรณ์เสริมและทดแทน นัยที่สองที่อาจจะสำคัญกว่าก็คือเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของ “สาส์น” ที่ต้องการ “สื่อ” ต่อฝ่ายตรงกันข้าม
ลักษณะกระสุนชนิดใหม่ที่ถูกยิงออกไปทำให้เกิดความเข้าใจว่าศึกครั้งนี้ไทยไม่ได้รบโดยโดดเดี่ยวแล้ว จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้มีการเจรจา และถอนทหารออกจากแนวรบ
อาจกล่าวได้ว่าเป็นชัยชนะโดยไม่ต้องรบ
แน่นอนว่าวิถีทางในการรักษาเอกราชอธิปไตยของชาตินับแต่ประวัติศาสตร์มา คือ วิถีทางการทูต และวิถีทางการทหาร ต้องใช้วิธีทั้งสองตามสถานการณ์ และอย่างพลิกแพลง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ใช้แต่ทางใดทางหนึ่ง คำพูดที่ว่า “สู้ตาย” เป็นเรื่องเหลวไหลที่นักการทหารชั้นยอดจะไม่ยอมใช้ เพราะเขาใช้แต่คำว่าสู้เพื่อชนะ เพื่อบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์
เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของไทยคือการรักษาเอกราชอธิปไตยของไทยโดยไม่ให้บอบช้ำต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
หลังจากเหตุการณ์ร่มเกล้าแล้ว ความจริงคนไทยควรจะได้รู้ว่าใครคือมิตรแท้ แต่การนำความจริงมาเปิดเผยในบางสถานการณ์ย่อมไม่เป็นผลดี เช่น สมมติว่าในช่วงนั้นประกาศให้รู้ทั่วกันว่าไทยไม่ได้รบกับลาวประเทศเดียว ก็เสมือนเท่ากับประกาศสงครามกับเวียดนามและสหภาพโซเวียตโดยตรง มีหรือที่ศึกจะไม่ใหญ่ขึ้น และถ้าเป็นเช่นนั้นใครจะรับผิดชอบต่อเอกราชอธิปไตยของชาติ
เมื่อตอบคำถามนี้ก็จำเป็นอยู่เองที่จะต้องกล่าวว่า เป็นโชคดีของประเทศไทยที่พคท.กับเวียดนามและลาวเข้ากันไม่ได้ ขณะเดียวกันจีนก็หันมาสัมพันธ์กับไทยในลักษณะรัฐต่อรัฐ มากกว่าพรรคต่อพรรค
นี่เป็นผลส่วนหนึ่งจากที่การที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธเดินทางไปเจรจาความเมืองกับเติ้งเสี่ยวผิงในขณะนั้น !
1.. มีมหาอำนาจมาช่วยลาวรบจริง
2.. ด้วยเทคโนโลยี จาก มหาอำนาจ ทำให้เขาเหนือกว่าเราในช่วงแรกของสงคราม เป็นต้นว่า
เขามี เรดาห์ซึ่งสามารถจับ วิธีการยิงปืนใหญ่ของเราได้ ดังนั้นเราจึงต้อง ย้ายที่ตั้งปืนใหญ่ทันทีเมื่อยิงเสร็จ
3.. เรื่อง อาวุธจากจีนนั้น ผมว่าคงเป็นแค่ประเด็นเสริม เหมือนกรณี ประเด็นเสริม Dr. เอเดรียน
4.. จริง ๆ แล้ว เพราะว่า ทางไทยได้ส่งหน่วย รบพิเศษ ไปปฏิบัติการในแนวหลังของฝ่ายตรงข้าม ในลักษณะสงครามกองโจร
ทำให้ ฝ่ายตรงข้ามเกิดวิกฤตขึ้น เนื่องจากขาดการส่งกำลังบำรุง
5..จากหัวข้อกระทู้ เบื้องหลัง....ไทยไม่ได้แพ้ สรุปได้ว่า จาก
ที่เราได้ส่ง หน่วยรบพิเศษไปปฏิบัติการในแนวหลัง ของฝ่ายตรงข้าม
ทำให้ ทางลาว ต้องส่งผู้แทนมาเจรจา กับ ไทย เพื่อเจรจา ขอ สงบศึก ซึ่ง ในมุมมองของทางการเมืองและทหารแล้ว
ประเทศคู่สงครามประเทศใด ขอเจรจาก่อน หมายถึง ขอยอมแพ้แล้วนั่นเอง
จากการปะทะกันระหว่างทหารไทยและลาวนั้น มีรายงานจากบางหน่วยแจ้งว่ามีฝ่ายลาวมีทหารต่างชาติบัญชาการรบ
อาจเป็นคนรัสเซีย และถูกทหารไทยยิงตายไปหลายคน (กองทัพไทยไม่ได้ให้ข้อมูลกับเรื่องนี้มากนัก) จากการปะทะหลายครั้ง
บางหน่วยรายงานว่า ทหารที่เข้าใจว่าเป็นทหารลาว บางคนพูดร้องสั่งการเป็นภาษาเวียดนาม คาดว่าเป็นกองกำลังผสมระหว่างเวียดนาม
และลาวที่รบกับไทย ในการรบที่บ้านร่มเกล้านี้จึงไม่ใช่กรณีพิพาทระหว่างไทยกับลาวธรรมดา
ระบบอาวุธและการติดต่อสื่อสารในการรบที่ทางฝ่ายลาวใช้นั้น ทันสมัยมาก สามารถรู้พิกัดที่ตั้งปืนใหญ่ของไทย
และยิงตอบกลับอย่างรวดเร็ว อีกทั้งมีการรบกวนระบบการสื่อสารของทหารไทย ซึ่งกองทัพประชาชนลาวคงไม่มีระบบที่ทันสมัยอย่างนี้
ที่ตั้งบนเนิน ๑๔๒๘ มีการดัดแปลงการตั้งรับอย่างดี บังเกอร์เป็นคอนกรีต เสริมเหล็ก ลักษณะเป็นเนินเขาบีบแคบ
ในการเข้าตีต้องเข้าตีจากด้านหน้าอย่างเดียว ทำให้ฝ่ายไทยเสียเปรียบในการรบ หากจะต้องทำการรบในกรอบปกติ
11 เมษายน 2553
10 เมษายน 2553
สงการนต์
สงกรานต์ เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณคู่มากับประเพณีตรุษ จึงมีการเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึงประเพณีส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ คำว่าตรุษเป็นภาษาทมิฬ แปลว่าการสิ้นปี
พิธีสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในสมาชิกในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่สังคมในวงกว้าง และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศนคติ และความเชื่อไป ในความเชื่อดั้งเดิมใช้สัญลักษณ์เป็นองค์ประกอบหลักในพิธี ได้แก่ การใช้น้ำเป็นตัวแทน แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ การรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ในชีวิตสมัยใหม่ของสังคมไทยเกิดประเพณีกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ นับวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว ในพิธีเดิมมีการสรงน้ำพระที่นำสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข ปัจจุบันมีพัฒนาการและมีแนวโน้มว่าได้มีการเสริมจนคลาดเคลื่อนบิดเบือนไป เกิดการประชาสัมพันธ์ในเชิงการท่องเที่ยวว่าเป็น ‘Water Festival’ เป็นภาพของการใช้น้ำเพื่อแสดงความหมายเพียงประเพณีการเล่นน้ำ
การที่สังคมเปลี่ยนไป มีการเคลื่อนย้ายที่อยู่เข้าสู่เมืองใหญ่ และถือวันสงกรานต์เป็นวัน "กลับบ้าน" ทำให้การจราจรคับคั่งในช่วงวันก่อนสงกรานต์ วันแรกของเทศกาล และวันสุดท้ายของเทศกาล เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง นับเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงหลายด้านของสังคม นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ยังถูกใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งต่อคนไทย และต่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศ